"ความเชื่อมั่น ศรัทธาของมนุษย์ พลิกโลกได้"
Operation Neptune Spear ปฏิบัติการสังหาร โอซามา บิน ลาเดน (Osama bin Laden) ผู้นำอัลไคด้า (Al Qaeda) ท่านคิดอย่างไร

บทความที่ผ่านมา การควบคุม บังคับบัญชา การสื่อสาร คอมพิวเตอร์ และการข่าวกรอง (C4I)

Operation Neptune Spear ปฏิบัติการสังหาร โอซามา บิน ลาเดน (Osama bin Laden) ผู้นำอัลไคด้า (Al Qaeda)

ทางการสหรัฐเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองของปากีสถานให้การสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธที่ซุ่มโจมตีทหารสหรัฐในอัฟกานิสถาน อีกทั้งยังบ่อนทำลายปฏิบัติการด้านการข่าวกรองของสหรัฐที่ติดตามอัลเคด้าในปากีสถาน ระดับของความไม่เชื่อใจต่อปากีสถานดังกล่าว จึงทำให้สหรัฐต้องปกปิดแผนสังหารบิน ลาเดน (Operation Neptune Spear) ไม่ให้ปากีสถานทราบแม้แต่นิดเดียว ซึ่งการชดเชยการขาดการสนับสนุนจากปากีสถานสหรัฐจำเป็นต้องใช้อาวุธล้ำยุคในการปฏิบัติการ ซึ่งระหว่างการปฏิบัติการความล้ำยุคของเฮลิคอปเตอร์ บางทีก็เกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น จนเกือบทำให้ภารกิจล้มเหลว

การตัดสินใจอนุมัติแผนสังหารบิน ลาเดนของ โอบามาในค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ของเดือนพฤษภาคมมีความสำคัญมากขึ้น โดยเห็นได้จากการบรรยายสรุปแผนแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐมากขึ้น อย่างไรก็ตามทางการสหรัฐมีความกังวลใจว่าหากแผนการดังกล่าวรั่วไหลไปยังสื่อมวลชน จะส่งผลให้บิน ลาเดน หนีหายไปได้อีกเป็นสิบปี

ตั้งแต่ เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ที่ผ่านมามีการปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของหน่วยรบพิเศษสหรัฐในดินแดนปากีสถานอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ทว่าในครั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ พื้นที่ปฏิบัติการอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนปากีสถานกว่า 150 กิโลเมตร นับว่าเป็นภารกิจที่ไม่คล้ายกับการปฏิบัติการครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา

หน่วยปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจนี้คือหน่วยซีลทีม 6 ซึ่งพึ่งเดินทางกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน โดยมีหน้าที่ตามล่าบิน ลาเดน ในพื้นที่ภาคตะวันออกของอัฟกานิสถานมาตั้งแต่ พ.ศ.2544

อากาศยานปีกหมุนจำนวน 5 ลำ ได้ยกตัวบินออกจากเมืองจาลาลาบัด อัฟกานิสถาน โดยประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดเท่ากับรถโรงเรียนหรือชินุคจำนวน 3 ลำ ซึ่งทำหน้าที่บรรทุกกำลังจากกน่วยซีลจำนวน 24 คน ที่ใช้แก้ปัญหาหากหน่วยปฏิบัติการหลักไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งชินุกทั้ง 3 ลำได้แยกตัวลงจอดในทะเลทรายปากีสถานห่างจากแหล่งกบดานของบิน ลาเดน ในเมืองแอบโบทาบัด ประมาณ 50 กม.

สำหรับเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ เป็นเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์แบล็กฮ็อก บรรทุกทีมสังหารจากหน่วยซีล 23 คน พร้อมล่ามและสุนัขสะกดรอยชื่อไคโร โดยภารกิจการเจาะเข้าไปยังเป้าหมายมอบให้ทีมซีลจำนวน 19 คน และภารกิจค้นหาและสังหารบิน ลาเดนเป็นของหน่วยซีลที่เหลืออีก 3 คน

แบล็คฮ็อกที่บรรทุกหน่วยโจมตีเป็น ฮ.ที่ได้รับการปรับแต่งระบบพรางตัวเป็นพิเศษเพื่อลดเสียงจากเครื่องยนต์และใบพัดท้าย รวมทั้งลดการตรวจจับด้วยเรดาร์จากปากีสถาน การเพิ่มน้ำหนักของเทคโนโลยีพรางตัวหรือสเต็ลท์ทำให้การคำนวณน้ำหนักบรรทุกในการจู่โจมต้องละเอียดมาจนถึงระดับน้ำหนัก 50 กรัม สำหรับปัจจัยของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการปฏิบัติในคืนนั้นคือ อุณหภูมิสูงกว่าที่มีการพยากรณ์ไว้

ตามแผนการที่กำหนด แบล็กฮ็อกจะส่งหน่วยซีลลงด้วยการโรยตัวและบินออกจากพื้นที่โดยใช้เวลารวม 2 นาที และคาดหวังว่าพลเรือนในพื้นที่ที่อาจได้ยินเสียงจะคิดว่าเป็นอากาศยานของปากีสถานที่เดินมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนนายร้อยซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป

แบล็กฮ๊อกเครื่องที่หนึ่งจะบินลอยตัวอยู่เหนือพื้นที่บริเวณสนามหญ้าภายในรั้วหน้าอาคารเป้าหมาย และหน่วยซีลจะโรยตัวลงบนสนามหญ้า

แบล็กฮ๊อกตัวที่สองบินจะบินลอยตัวอยู่เหนืออาคารและปล่อยหน่วยซีลลงบนหลังคา ส่วนหนึ่งแล้วจะนำอีกส่วนหนึ่งไปลงด้านนอกพื้นที่เป้าหมายพร้อมกับล่ามและสุนัขสะกดรอย เพื่อทำหน้าที่ขัดขวางและติดตามบุคคลภายในอาคารที่พยายามจะหลบหนีออกจากพื้นที่ และแจ้งเตือนหน่วยซีลที่อยู่ในอาคารหากปากีสถานรู้ตัวแล้วส่งกำลังติดอาวุธเข้ามาปิดล้อมอาคาร

ในกรณีที่เกิดสถานการณ์กองกำลังปากีสถานรู้ตัวและปิดล้อมพื้นที่ระหว่างที่ภารกิจยังไม่สำเร็จ แผนเผชิญเหตุได้กำหนดให้หน่วยซีลทั้งหมดหลบเข้าไปหลบอยู่ในอาคาร หลีกเลี่ยงการปะทะกับกองกำลังปากีสถาน และเวลาเดียวกันในระดับสูงหน่วยงานสหรัฐจากวอชิงตันจะใช้การเจรจาต่อรองเพื่อหาทางออกให้แก่หน่วยซีลที่อยู่ในอาคาร

หน่วยซีล 2 หน่วยที่ปฏิบัติในพื้นที่เป้าหมายจะเคลื่อนที่รุกไปข้างหน้า โจมตีอย่างประสานสอดคล้องกันจากด้านบนลงล่างและจากด้านล่างขึ้นบนอาคาร โดยอาวุธที่ซีลใช้เป็นอาวุธเก็บเสียงเพื่อเป็นหลักประกันการจู่โจมต่อเป้าหมาย ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผนทั้งหมดจะสั้นนับเป็นนาที ซึ่งหน่วยซีลทีม 6 ได้ทำการฝึกซ้อมในสถานการณ์จำลองมาแล้วหลายครั้งหลายหน

แต่ทว่าการปฏิบัติจริงมิได้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เนื่องจากอุณหภูมิสูงและอากาศที่บางเบาทำให้แบล็กฮ็อกลำแรกที่พยายามจะบินลอยตัวอยู่เหนือพื้นที่เป้าหมาย เกิดการแกว่งและกระชาก นักบินควบคุมไม่ได้ ทำให้นักบินต้องนำเครื่องร่อนลงแตะพื้นอย่างแรก ทำให้ส่วนหางและใบพัดหลังกระแทกเข้ากับผนังกำแพงสูง 4 เมตรของพื้นที่รอบอาคาร นักบินจำต้องบังคับให้ส่วนจมูกของเครื่องกดลงกับพื้นดินเพื่อไม่ให้ลำตัวพลิกคว่ำ และหน่วยซีลต้องตะเกียกตะกายออกมาจากเครื่องที่ตกมุ่งไปยังสนามหญ้า

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้นักบินแบล็กฮ็อกอีกลำหนึ่งไม่พยายามที่จะบินลอยทรงตัว แต่ได้จอดลงกับพื้นแล้วปล่อยหน่วยซีลที่เหลือออกจากเครื่องบริเวณด้านนอกกำแพง ซึ่งทำให้ต้องสูญเสียการจู่โจมไป

ในสถานการณ์ที่ผันแปรไปจนเกือบทำให้ภารกิจล้มเหลว แต่หน่วยซีลซึ่งได้รับการฝึกฝนในสถานการณ์มาทุกรูปแบบ จึงมิได้ยกเลิกภารกิจ โดยยังคงดำรงความมุ่งหมายเดิมไว้ โดยได้เริ่มจุดระเบิดเปิดเส้นทางทะลุผ่านกำแพงและประตูไปยังบ้าน 3 ชั้น โดยเริ่มจากชั้นล่างสุด

หน่วยซีลทีม 6 ยังเคลื่อนที่ทะลุทะลวงไปข้างหน้าโดยจุดระเบิดทำลายสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นเส้นทางเคลื่อนที่ การรื้อถอนสิ่งของที่ขวางบันได ยิงต่อสู้และสังหารชายที่ขัดขวางการเคลื่อนที่ โดยหน่วยซีลได้สังหารผู้ชาย 3 คน กับหญิง 1 คน เพื่อให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้

สำหรับคนในบ้านที่เหลือ หน่วยซีลได้ใช้อุปกรณ์ผูกมัดรัดเด็ก ๆ ไว้ทุกชั้น รวมถึงบริเวณทางเดินหน้าห้องที่บิน ลาเดนพักอยู่

ในขณะที่หน่วยซีล 3 คน ที่รับหน้าที่ค้นหาบิน ลาเดน ขึ้นมาถึงบันไดชั้นสูงสุดชั้น 3 ของอาคาร พวกเขาพบเห็นชายร่างสูงยืนอยู่ที่ปลายทางของห้องโถง และจำได้ทันทีว่านั่นคือ  บิน ลาเดน และ บิน ลาเดน ก็เห็นพวกเขาเช่นกัน อาศัยความมืดสลัวยามค่ำคืน บิน ลาเดนได้โดดหลบเข้าไปในห้อง

หน่วยซีลคาดว่าบิน ลาเดน หลบเข้าไปในห้องเพื่อไปหยิบอาวุธ ทั้งสามคนจึงไล่ตาม บิน ลาเดนเข้าไปอย่างกระชั้นชิด ภายในห้องเมื่อเข้าไปพบว่ามีผู้หญิงอีกสองคนยืนขวางกั้นกลางระหว่าง บิน ลาเดนไว้ แล้วตะโกนร้องและพยายามป้องกันเขาไว้ หน่วยซีลคนแรกเข้าไปคว้าตัวผู้หญิงแล้วผลักออกไปนอกทาง แม้จะเกรงว่าผู้หญิงที่ยืนกั้นกลางนั้นอาจสวมเสื้อผูกระเบิดไว้ก็เป็นได้ เมื่อหมดสิ่งกีดขวางแล้ว หน่วยซีลอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังก็เปิดฉากยิง บิน ลาเดน ทันที กระสุนนัดแรกเจาะเข้าที่หน้าอก และนัดที่สองเข้าที่ตาด้านซ้ายทะลุออกด้านหลังของศีรษะ บิน ลาเดน ทุกสิ่งทุกอย่างได้สิ้นสุดลงในเสี้ยววินาที

การรายงานด้วยคำเรียกขาน “เจอรานิโม” ข้าศึกถูกสังหารได้ถูกส่งกลับจากปากีสถานด้วยระบบถ่ายทอดภาพผ่านดาวเทียมไปยังอีกฟากหนึ่งของมุมโลก ณ ห้องสถานการณ์ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน สหรัฐ ในทันที

ในเวลาเดียวกันหน่วยซีลที่เหลือได้ถ่ายรูปศพที่ถูกสังหารเพื่อใช้ในการพิสูจน์ทราบ และตรวจค้นสถานที่โดยตรวจยึดอาวุธปืนเอเค 47 และปืนพก มาคารอฟ ที่ผลิตในรัสเซียวางอยู่บนชั้นวางของข้างประตูทางเข้าห้องของ บิน ลาเดน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสได้ใช้มัน อาวุธที่ตรวจพบนอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเอกสารอีกจำนวนหนึ่งซึ่งได้ถูกนำกลับมาด้วยเพื่อทำการบันทึกและตรวจสอบเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

การปฏิบัติการตั้งแต่หน่วยซีลลงแตะพื้นจนถึงได้สังหาร บิน ลาเดน ได้ใช้เวลาทั้งหมด 15 นาที และอีก 23 นาทีต่อมา เป็นเวลาที่ใช้ในการระเบิดทำลายแบล็กฮ็อกที่ตกชำรุด หลังจากต้อนผู้หญิง 9 คน และเด็ก 18 คน ออกไปให้พ้นรัศมีแรงระเบิด

จากนั้นชินุคหนึ่งลำที่จอดคอยห่างจากเป้าหมายไป 50 กม. ได้บินเข้ามารับร่างไร้วิญญาณของบิน ลาเดน และหน่วยซีลจากแบล็กฮ๊อกที่ตก รวมถึง อาวุธ เอกสารและสิ่งของต่าง ๆ ที่ยึดมาได้จากอาคาร เฮลิคอปเตอร์ที่เหลือทั้งหมดได้บินกลับไปยังฐานบินบาแกรม ในอัฟกานิสถาน สำหรับร่างของบิน ลาเดนถูกนำส่งไปยังเรือรบสหรัฐที่ลอยลำอยู่ในทะเลเพื่อการนำศพของบิน ลาเดนทิ้งลงในทะเลซึ่งเป็นจุดที่ไม่เปิดเผย อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีการสร้างศาลหรือสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงบิน ลาเดนขึ้นมาอีก

เมื่อ Operation Neptune Spear ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสมบูรณ์ ในอีก 2-3 สัปดาห์ต่อไป หน่วยซีลทีม 6 ที่สังหารบิน ลาเดน จะกลับสู่สนามฝึกใหม่เพื่อทบทวนและปรับสภาพให้เหมาะสมกับภารกิจที่จะได้รับมอบใหม่ โดยภายใน 2-3 เดือน จะเป็นวงรอบของพวกเขาที่เดินทางข้ามซีกโลกอีกครั้งเพื่อไปปฏิบัติภารกิจอันท้าทายและยากจะคาดเดาได้ต่อไป

 

 



กลับสู่หน้าหลัก

กลับสู่หน้าหลัก


เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 22 พ.ค. 54
ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม MSN ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน List ใน Windows Live (MSN) ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วCopy Web Page address (URL) แล้ว Paste ลงในช่องส่งข้อความจากนัั้นกด Send ได้เลย